โทรเลยค่ะ: 02-941-2240-1

TOEIC

COURSE
 


TOEIC
The Test of English for International Communication
toeic คืออะไร
       toeic (Test of English for International Communication ) เป็นข้อสอบมาตรฐานระดับสากล ในการวัดทักษะภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจ โดยในปี 2008 มีมากกว่า 5 ล้านได้ทดสอบ toeic และจากกว่า 30 ปีที่ผ่านมา คะแนนสอบ toeic ได้ช่วยเหลือ องค์กร สถาบันการศึกษา และรัฐบาลทั่วโลก กว่าหลายพันแห่ง ในการรับสมัครและโปรโมทผู้สมัครที่มีคุณสมบัติมากที่สุด ซึ่งการสอบ toeic จัดทำขึ้นโดยEducational Testing Service (ETS)สำหรับในประเทศไทยนั้น มีหลายหน่วยงานและสถาบันต่างๆมากมายที่ต้องการผล toeic เช่น ธุรกิจการบิน การโรงแรม การท่องเที่ยว การขนส่ง สถาบันการเงิน ปิโตรเคมี ยานยนต์ โรงพยาบาล รวมทั้งบริษัทข้ามชาติอื่นๆ โดยนำไปใช้ในด้านต่างๆ เช่น สำหรับพิจารณาทักษะทางภาษาอังกฤษเพื่อรับสมัครเข้าทำงาน ปรับเงินเดือน เลื่อนตำแหน่ง คัดเลือกเพื่อไปอบรมสัมนาต่างประเทศ ปัจจุบัน toeic มีการสอบสองรูปแบบคือ toeic Listening and Reading Test (การฟังและการอ่าน) และ toeic Speaking and Writing Tests (การพูดและการฟัง) ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ หลักสูตรติวสอบโทอิค(toeic) เพื่อใช้คะแนนในการสมัครงาน ทั้งทางด้านสายการบิน บริษัทต่างชาติ บริษัทชั้นนำในไทย หรือเพื่อเลื่อนตำแหน่งงานให้สูงขึ้น และในปัจจุบันกำลังใด้รับความนิยมมากขึ้นด้วย โดยในประเทศไทย มีการสอบเฉพาะแบบ toeic Listening and Reading Test (การฟังและการพูด) ซึ่งเป็นแบบทดสอบซึ่งสามารถวัดทักษะความสามารถในการนำภาษาอังกฤษมาใช้งานได้จริง ทั้งด้านการฟังและการอ่านคะแนนของ toeic ไม่มีคะแนนได้ คะแนนตก ซึ่งแต่ละคะแนนจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการใช้ภาษาของผู้สอบ โดยคะแนน toeic เริ่มจาก 10 คะแนนถึง 990 คะแนน


 
ประเภทของการสอบ toeic
1. Classic toeic Test Administration 2. Redesigned toeic Test Administration
1. Classic toeic
 
ข้อสอบ Classic toeic จะประกอบด้วยคำถาม 200 ข้อ แบ่งเป็นข้อสอบทางด้านการฟัง 100 ข้อ (ฟังจากเทปที่อัดไว้) และการอ่าน 100 ข้อ ระยะเวลาในการทดสอบประมาณ 2 ชั่วโมงถึง 2 ชั่วโมงครึ่งขึ้นอยู่กับการสอบแต่ละครั้ง
 
รายละเอียด
S__2646229
Section 1 ส่วนของการฟัง
  • toeic Part I : Photographs 20 Questions (รูปภาพ 20 ข้อ)
  • toeic Part II : Question – Response 30 Questions (ถาม-ตอบ 30 ข้อ)
  • toeic Part III : Short Conversations 30 Questions (บทสนทนาสั้นๆ 30 ข้อ)
  • toeic Part IV : Short Talks 20 Questions (บทพูดคุยสั้น ๆ 20 ข้อ)
 
Section 2 ส่วนของการอ่าน
  • toeic Part V : Incomplete Sentences 40 Questions (ไวยากรณ์ Grammar 40 ข้อ)
  • toeic Part VI : Error Recognition 20 Questions (วิเคราะห์ส่วนที่ผิดในประโยค 20 ข้อ)
  • toeic Part VII : Reading Comprehensive 40 Questions (การอ่านเพื่อจับใจความ 40 ข้อ)
ผลคะแนน
 
สำหรับการคิดคะแนนจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่
  1. ส่วนของการฟัง 5-495 คะแนน
  2. ส่วนของการอ่าน 5-495 คะแนน
    คะแนนเต็ม 990 คะแนน ซึ่งผลคะแนนที่ได้รับจะมีอายุการใช้งานได้ 2 ปีนับจากวันที่สอบ
 
ความแตกต่างระหว่าง Classic toeic และ Redesigned toeic
 
 
toeic (Classic toeic)
New toeic (Redesigned toeic)
Part
Listening Comprehension Section 1
1
Photographs 20 Questions (รูปภาพ 20 ข้อ)
Photographs 10 Questions (รูปภาพ 10 ข้อ)
2
Question – Response 30 Questions (ถาม-ตอบ 30 ข้อ)
Question-Response 30 Questions (ถาม-ตอบ 30 ข้อ)
3
Short Conversations 30 Questions (บทสนทนาสั้นๆ 30 ข้อ)
Conversations: 30 Questions (บทสนทนา 10 บท แต่ละบทมี 3 คำถาม)
4
Short Talks 20 Questions (บทพูดคุยสั้น ๆ 20 ข้อ)
Short Talks: 30 Questions (บทพูดคุย 10 บท แต่ละบทมี 3 คำถาม)
 
Reading Comprehension Section 2
5
Incomplete Sentences 40 Questions (ไวยากรณ์ Grammar 40 ข้อ)
Incomplete Sentences: 40 Questions (ไวยากรณ์ Grammar 40 ข้อ)
6
Error Recognition 20 Questions (วิเคราะห์ส่วนที่ผิดในประโยค 20 ข้อ)
Text Completion: 12 Questions
7
Reading Comprehensive 40 Questions (การอ่านเพื่อจับใจความ 40 ข้อ)
Reading Comprehension: 48 Questions (มีบทความ 7-10 บทบทละ 2-5 คำถาม และบทความคู่ 4 คู่ คู่ละประมาณ 5 คำถาม)
 
 
 
 
สิ่งที่เหมือนกันระหว่าง Classic toeic และ Redesigned toeic
 
  • เนื้อหาของการวัดผล
  • ระยะเวลาที่ใช้สอบ คือ 2 ชั่วโมง – การฟัง 45 นาที – การอ่าน 75 นาที
  • จำนวนของคำถาม 200 ข้อ – การฟัง : 100 – การอ่าน : 100
  • ใช้กระดาษคำถามและใช้ดินสอในการสอบ
  • ระดับความยาก
  • ระดับคะแนนและการประเมินผล
 
ลักษณะการสอนเมทิส โทอิค Metis toeic
 
     สอนสดทุกคาบเรียน พร้อมเพิ่มความเข้มข้นเรียนเพิ่มเติมด้วย วีดีโอ ของโทอิค ด้วยบรรยากาศอย่างเป็นกันเอง โทอิคเพิ่มทักษะในการวิเคราะห์ข้อสอบในแต่ละข้อ ตัดตัวเลือกที่ไม่ถูกต้องออกอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ทำข้อสอบโทอิคทันในเวลาที่จำกัด หรือแม้แต่กระทั่งบอกถึงวิธีการทำข้อสอบเมื่อใกล้หมดเวลา เน้นสอนคำศัพท์โทอิคและลักษณะของข้อสอบที่ออกบ่อย รวมถึงบอกวิธีการฝึกฝนด้วยตนเองเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ในรูปแบบของ เมทิสโทอิคเมทิสโทอิคไม่เพียงแต่การทำข้อสอบเท่านั้น อาจารย์แต่ละท่านยังเสริมความรู้ทางด้านไวยากรณ์ การอ่าน การฟัง ตลอดจนการพูดภาษาอังกฤษให้กับผู้เรียนในห้องด้วย ซึ่งสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันหรือการทำงานได้อีกด้วย
 
เล่าเรื่องวันสอบ โทอิค
 
      วันนี้เริ่มต้นด้วยการจะไปสอบที่    ศูนย์ โทอิค แล้วไปสอบโทอิค โทรไปที่ศูนย์โทอิค ว่า วันนี้ ขอจองได้หรือเปล่าครับ คำตอบคือ ไม่ได้ครับ ถ้าจะจองต้องจองล่วงหน้าครับ แต่ที่นั่งวันนี้ยังว่างครับ สามารถ วอล์คอิน เข้ามาสอบได้เลย ค่อยโล่งอกหน่อย แล้วก็มุ่งหน้าไปที่ตึก บีบี ซึ่งเป็นสูนย์สอบโทอิค วนรถขึ้นไป สองสามรอบ เล็งจุดที่จอดได้ จุดออก จะอยู่ที่ชั้น สอง ให้สังเกตุอิมมิเรต แอร์ ออกไปได้แล้ว ก็ ถามคนแถวนั้นว่า ไปศูนย์สอบโทอิค ไปไง พอดีน้องคนที่เจอ มารับผลพอดี น้องเค้าบอกว่า ชั้นสิบเก้าครับพี่ ก็พอดีขึ้นลิฟ ไปด้วยกัน ทำตัวเสมือนว่ารู้จักเค้าเป็นเวลา หลายปี จึงถามว่า ยากไหมครับ สอบโทอิค ข้อสอบมีกี่ข้อ น้องเค้าบอก มี 200 ข้อครับ แบ่งเป็น ฟัง 100 ข้อ แล้วก็ อ่าน อีก 100 ข้อ ส่วนที่อ่านเค้าให้เวลาแค่ 70 นาที ผมทำไม่ทันครับ แล้วประตูลีฟก็เปิดพอดี ถึงแล้วชั้น 19 หน้าตาก็เป็นศูนย์ เชือดชั้นดี ตอนนี้เวลา เที่ยงเศษ ต้องรีบไปลงทะเบียน เพราะเค้า ลงก่อน หนึ่งชั่วโมง นั่นหมายถึง สอบ บ่ายโมง ก็ต้อง สมัคร ให้เสร็จก่อน เที่ยง แต่โดยทั่วไปก็จะอนุโลม ก็ประมาณ เที่ยงกว่า ๆ ก็ ได้ เจ้ากรรม ดัน ไม่ได้กดตังค์มาเลย แม้แต่บาทเดียว เดินย้อนไปที่ ลีฟตัวเดิม ลงไปชั้นหนึ่ง เลี้ยวซ้าย จะมีตู้เอทีเอ็มอยู่ข้างตู้มินิมาท ของแบงค์กรุงเทพ ราคาสมัคร ถ้ามาในนามส่วนตัว ปีนี้ 2011 ราคา คือ 1200 บาท ถ้าส่งไปรษณีย์ด้วย คือ บวกที่ 50 บาท กดไปเลย สามพัน กันพลาด รีบไปสมัครดีกว่า เดี๋ยวไม่ทัน ตรงดิ่ง อย่าง ไม่เหลียวมองใคร ไปชั้นสิบเก้า ออกลิฟ เลี้ยวซ้าย ถึงแยก เลี้ยวซ้ายอีกรอบ แล้วก็ เลี้ยวซ้ายอีกรอบ จะเจอ ห้อง รับสมัคร เดินดิ่งเข้าไปเลย เข้าไปจะมี เป็น เลน เหมือน ไปธนาคาร จะมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับอยุ่แล้ว ก็ถามเค้าว่ามาสมัครสอบเข้าเลน ไหน เค้าจะบอกเรียบร้อย ให้ดำเนินการตาม สิ่งที่ลืมบอกไปว่า ถ้ามาแล้ว จะต้องเดินกลับ แบบไม่ได้สอบ แม้จะพกตังค์มาเป็นแสน คือ บัตรประชาชน(ตัวจริง) หรือ ใบขับขี่(ตัวจริงแบบบัตรแข็งรูปแบบใหม่) หรือ พาสปอร์ต อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ เพื่อเป็นหลักฐานในการสมัคร และเป็นตัวยืนยันว่าเป็นตัวตนจริงๆ ของเรา จะเช้าต้องแต่เริ่มเข้าสอบกระทั่ง ส่งกระดาษคำตอบเลยทีเดียว ตรงนี้ถือว่าซีเรียสมาก เมื่อ เข้าแถว ด่านแรกที่จะต้องเจอ คือ ยื่นบัตรตัวจริง แล้วเจ้าหน้าที่จะถามชื่อ ภาษาอังกฤษ ให้สะกดให้เค้า ถ้า จำไม่ได้ ก็ท่องให้ได้นะ จะมีกล้องเวปแคมป์ ตัวหนึ่ง คอยเตรียมถามรูปเรา ให้ทำหน้าให้หล่อ-สวย ที่สุด เพราะ มันจะเป็นภาพที่ไปปรากฏ ในผลคะแนนด้วย แล้วหลังจากนั้นเค้าจะถ่ายรูป หลังจากนั้น เค้าจะให้เข้าไป เค้าเตอร์ที่สอง เค้าเตอร์นี้น่ากลัวสุด เพราะเราจะต้อง วางเงิน พันสองให้เค้า เมื่อวางเงินเสร็จ เค้าจะ print เอกสารใบสมัครให้เรา ตอนนี้ ไม่ต้องตกใจว่ารูปออกมาไม่สวย ดำเกินไป เพราะ คงต้องดำกันทุกคน ทำใจไว้ ให้เซ็นต์ชื่อ ในใบสมัครด้วย แล้ว ก็ต้องไปต่อแถว ใน เค้าเตอร์ที่สาม เป็น ส่วนที่เค้าจะให้รายละเอียด แล้วข้อแนะนำในการเข้าห้องสอบเป็นรายตัว เงื่อนไขคือ จะต้อง มีเพียงกระเป๋า ตังค์ใบเดียวเท่านั้นที่อนุญาต ให้เอาเข้าไปได้ว นอกนั้น ปากกายางลบ ดินสอบ เค้าเตรียมให้เรียบร้อยแล้วในห้องสอบ ง้านก็หมายความว่า ถ้าไม่มีกระเป๋า เอาไว้เก็บสัมภาระ ควรจะนำกระเป๋าไปด้วย เอาทุกอย่าง ในไว้ในกระเป๋าสัมภาระให้หมด ไม่ว่า จะเป็น ปากกา กุญแจ มือถือ(ห้ามเด็ดขาด) สมุดจด ไรต่าง ๆ ห้ามมีเลยทีเดียว เพราะถ้าขืนยังมี คุณจะโดน ถูกตรวจตอนก่อนเข้าห้องสอบ เหมือนตอนไปต่างประเทศ ยังไงก็เจอ อย่าผืนเลย แล้วเมื่อให้คำอธิบายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เค้าจะให้เราเซ็นต์ชื่อ ซึ่งการเข้าห้องสอบ จะให้เข้าไปก่อน 15 นาที งั้นเตรียมตัวให้พร้อม เมื่อสมัครเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั้นคือ เราเป็นผู้มีสิทธืสอบอย่างสมบูรณ์แล้ว ให้ไปหามุมสบาย ๆ นั่ง อาจจะเป็นร้านกาแฟเย็นๆ หรือร้านอาหารเย็นๆ ด้านล่าง ตึก เพราะว่า คนมาสอบเยอะมาก แล้วไม่มีเก้าอีกนั้น เราต้องนั่งพื้น แบบว่า คล้ายๆ ตอนรับน้องกันอ่ะนั่งตามยถากรรม กันไป ง้านไปด้านล่าง ดีกว่า มีร้านดีๆ หลายร้าน ไม่ว่าจะเป็น ร้านเชสเตอร์ ร้านกาแฟ ด้านล่างมี ไปนั่งสบายๆ แล้วก็ทำตัวให้สบายที่สุด แล้วก่อน 15 นาทีก่อนเข้าห้องสอบ ก็ค่อยขึ้นมา เค้าจะต่อคิวกันเข้าห้องพอดี ให้เตรียมบัตรประจำตัวพร้อมใบสมัครโชว์ด้วย ตอนนี้แหละ เป็นตอนที่ทุกคนต้องโดนตรวจเข้ม มีเครื่องตรวจเช็ค โลหะ เอาไว้หา ของที่ซุกซ่อน ในร่างกายเรา ถ้าเรา เครียตัวเองเรียบร้อย จะไม่เสียเวลา ที่จะเอาของไปเก็บ แล้วเดินมาใหม่ซึ่งเสียเวลา เพราะในห้อง เย็นกว่าเยอะ แล้วก็ มีเพลงเย็น ๆ น่าไปอยู่มากกว่า พอเข้ามาถึงในห้อง จะมีนาฬิกาอยู่ด้านหน้าห้องอยู่แล้ว ทั้งหมดจะมี 96 คนที่จะสอบ โต๊ะจะเป็นโต๊ะโรงอาหารแบบสั้นๆ แล้วมีตัวกั้น คั่นกลาง โต๊ะหนึ่งนั่งได้ 2 คน แต่จะแถว จะมีเบอร์เป็นภาษาอังกฤษ และตัวเลขกำกับอยู่ เช่น A6 ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเชิญเราไปนั่งอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่จะมีทั้งหมด 7 คน เพื่อ อำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำ และพร้อมจะจับผิดเราได้ ถ้าเราทำผิดกฎ กดขั้นรุนแรงที่สุดคือ ไม่สามารถ สอบได้อีกต่อไป อันนี้ ควรระวัง ในหนึ่งโต๊ะ เนื่องจากการนั่ง 2 คน แน่นอน การฝนกระดาษ คำตอบ หรือ ใช้ยางลบ จะสั่นมาถึงเราแน่นอน ให้ทำใจไม่สนใจเข้าไว้ไม่ต้องสนใจใดๆ ทั้งสิ้น บนโต๊ะ จะมี เอกสาร 2 ฉบับ พร้อม ดินสอ 2 แท่ง กับปากกา 1 ด้าม ตัวเอกสารใบแรก สีฟ้า จะแนะนำ code สำหรับ กรอกใน ฟอร์มอยู่แล้ว แล้วเอกสารอีกใบหนึ่ง สีเขียว ใบเล็ก ๆ เป็นตัวอธิบายว่า toeic มีข้อสอบทั้งหมด มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรบ้าง ซึ่ง เจ้าหน้าที่ จะเริ่มอธิบายในส่วนของเนื้อหาที่สอบ โดย จะเปิด เทป เป็นเสียงฝรั่ง อธิบายเป็นภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับเนื้อหา ที่จะสอบ ถ้าฟังไม่ออก ก็ไม่เป็นใน อ่านในเอกสารใบเล็ก สีเขียวๆ เอา แล้วเตรียมตัวให้พร้อม ขั้นตอนต่อไปจะต้องกรอกรายละเอียดในแบบกระดาษคำตอบซึ่งใช้วิธี ฝน จุดแรกให้กรอกชื่อ สกุล เป็นภาษาอังกฤษ เค้าจะแยกชื่อ กับ สกุลแยกกัน อย่าเอามาต่อกัน เขียนด้วยปากกาก่อน แล้วก็ฝนด้วยดินสอ ทีนี้ดินสอที่เค้าให้เรามา จะแหลมดีเป็นพิเศษ เพราะเพ่ง ฝนมา เพื่อการฝนที่ ไม่ต้องหมุ๋นหลายรอบ หักปลายสั้นลงอีกสักหน่อย จะฝนได้เร็วขึ้นเพราะไม่แหลมเกินไป ช่องต่อไป ก็จะไปในส่วน เพศ ถ้าชายก็ วงในช่อง M ถ้า เป็น หญิง ก็ ฝน ในช่อง F ถัดไปก็จะเป็นช่องประเทศ ถ้าไทยให้ฝน 565 ต่อไปจะเป็นภาษาหลัก ก็คือภาษาไทย ฝนเลย 376 แล้วก็ เป็นช่องเลขที่บัตรประจำตัว ให้ฝน 0 เจ็ดตัว แล้วตามด้วย เลขที่บัตรประชาชน ต่อจากนั้นจะมีเรื่อง ทำไมถึงสอบ จบที่ไหน คณะอะไร ให้ดูในใบสีฟ้า แผ่นใหญ่ จะมีรหัสอยู่ในนั้น แล้วจะมีกรอก ข้อมูลจากใบสมัครด้วย ฟังเจ้าหน้าที่ดี ๆ แล้วทำตามขั้นตอน แต่ถ้าเรารู้ก่อน แล้วฝนด้วยดินสอบ ที่หัวไม่แหลมมาก จะทำให้เราพร้อมที่จะทำข้อสอบ เร็วขึ้น จะได้ไม่ต้องใจเสียตั้งแต่เริ่มต้น เมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อย ในกระดาษคำถาม พลิกไปหน้าสอง จะเป็นจุดที่เราจะตอบ ทั้งหมดมี 200 ข้อที่เราต้องฝนในวันนี้ เจ้าหน้าที่จะนำกระดาษคำถามมาส่งให้ที่โต๊ะ ยังไม่ต้องเปิด รอจนกว่า เจ้าหน้าที่จะบอกว่า เปิดได้ ให้ค่อยๆ เคาปลายดินสอ ฉีกในจุดฉีก เนื้อหาทีเค้าสอบ แบ่งเป็น 7 ส่วน (ส่วนที่ 1-4= ฟัง,ส่วนที่5-7 = อ่าน) คะแนน ตอนนี้ เป็น 990 คะแนน Part 1 : Picture รูปภาพ 10 ข้อ ข้อที่ 1-10 Part 2 : Quations-Responses ถามแล้วตอบ 30 ข้อ ข้อที่ 11-40 Part3 : Dialogs พูดเนื้อหา มี 30 ข้อ ข้อที่ 41-70 Part4 : Short Talks คุยกันสองคน ชาย กับ หญิง มี 30 ข้อ ข้อที่ 71-100 Part 5 : Sentence Completion เลือกคำที่ถูกต้องลงประโยค มี 40 ข้อ ข้อที่101-140 Part 6: Error Identification เลือกคำตอบที่เหมาะ มี 12 ข้อ 141-152 Part7: Short Passages อ่านเนื้อเรื่อง แล้วตอบ มี 48 ข้อ 153-200 แล้ว ถามว่าจะตอบบไร (ง่ายสุด) ตอบแค่ a,b,c จุดนี้ ถ้าใครอ่านช้าเสียเปรียบเพราะ ถ้าจะให้เร็ว Part แรก จะถามว่ารูปภาพแต่ละรูป เค้าทำอะไรกัน ถ้าเรารีบดูรูปแล้ว ตีเป็นคำถามว่า เค้ากำลังทำอะไร เราจะได้เปรียบมาก ดูจนจบแบบ ผ่าน ๆ แล้วให้พร้อมฟังคำถาม ที่เทปจะเริ่มถามเรา ช่วงก่อนที่เทปจะถาม เทปจะอธิบายก่อน อาศัยช่วงนี้ อ่านนำไปก่อน ถ้า part แรก เราทำได้เต็ม เราจะมั่นใจยิ่งขึ้น หลังจานั้น part 2 ส่วนนี้ ต้องตั้งใจดี ๆ มีสมาธิมากๆ เพราะเป็นจุดที่จะโกยคะแนนชั้นดี เพราะชอร์ย จะตอบเพียงแค่ A,B,C เอาปลายดินสอจ้องในการฝน ในแต่ละข้อ เมื่อเทปถามเสร็จ เทป จะให้เลือกความหมาย บางประโยคยาวหน่อยไม่ต้องสนใจ สนแต่ว่าความหมายโดยรวมเป็นอย่างไร เป็นพอ แล้ว ตอบในเรื่องที่ใกล้ที่สุด ถ้าใครฟังมาไม่มาก ศัพท์น้อย จุดนี้ ท่านจะพบปัญหามาก ฉะนั้น จุดนี้ ควรฝึกฝนกับเทป บ่อย ๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะต้องใช้เวลามากเกี่ยวกับการฝึกทักษะการฟัง แต่เมื่อฟังออกแล้วจะง่ายมาก ส่วนที่ เป็น part 3 จุดนี้ คล้ายกับ part 2 ส่วนจุดที่ ค่อนข้างยาก เพราะจะต้องใช้ทั้งทักษะฟังแล้วอ่านร่วมกันด้วย เพราะ เมื่อฟังคนสนทนากันแล้วจะต้อง อ่านด้วย ต้องฝึกเยอะๆ จุดที่เป็นเรื่องของการฟัง จบจบที่ part 4 จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะปิดเทป แล้วแจ้งให้เราทราบว่าถึงส่วนของ part reading แล้ว จะมีเวลาทั้งหมด 70 นาที สำหรับ 100 ข้อ ความหมายก็คือ ข้อละ 42 วินาที ถ้าทำโดยแต่ละข้อเท่ากัน ซึ่ง ตรงนี้มีเทคนิค ถ้าทำ part 5-6 เร็ว เราจะมีเวลาไปทำ part 7 ซึ่งจะเสียเวลาการอ่านมาก ดังนั้น ถ้าใครเก่ง Grammar part 5-6 จะใช้เวลาเพียงข้อละ 10 วินาที ความหมายก็คือ จาก ข้อ 101-152 ใช้เวลา เพียง 8.6 นาที หรือประมาณ 10 นาที เราจะเหลือเวลา อีกหนึ่งชั่วโมง ในการทำ part 7 อย่างสบาย และ ได้คะแนน เป็นน้ำเป็นเนื้อ เพราะ part 7 ถ้าได้ จะตอบถูกทั้งหมด ยกชุด เช่น เรื่อง ๆ หนึ่ง ถามอยู่ 5 ข้อ ถ้าเรารู้เรื่อง เราจะได้ทั้ง 5 โอกาส ผิดนั้น ยากมาก แล้วภาพทัง้งหมดคือ เราจะทำคะแนนได้ดีเยี่ยมเลยทีเดียว เทคนิคสำคัญใจ part reading อย่าอ่านทีละข้อแล้วฝน เพราะไม่เพียงโต๊ะ ที่ข้างๆ ฝนกระทบมาถึงเราแล้ว เราก็กระทบไปถึงเค้าด้วย แล้วก็ช้าด้วย อ่านแล้วฝน อ่านแล้วฝน ช้าครับ วิธีที่ดี ให้อ่านแล้วตอบโดยการติ๊กในกระดาษคำถามเลย แล้วฝนที่ ละ lot เช่น ฝนทีละ 10 ข้อ จะเร็วกว่ามากมายนัก ส่วน part ที่อ่านเนื้องเรื่อง ทั้งวง ทั้ง ตีกรอบ กาดอกจันทร์ ไม่มีใครว่า เอาเต็มที่ แล้วจะเข้าใจ เมื่อวกกลับมาอ่านอีกรอบ เห็นภาพได้เร็ว ไม่ต้องมัวไปไล่อีก เมื่อ เวลาเหลือ อีก 15 นาที เจ้าหน้าที่จะเตือน เป็นระยะ ๆ จุดสำคัญที่ เจ้าหน้าที่ซีเรียสสุดคือ เมื่อแจ้งหมดเวลา ต้องวางดินสอทันที ตรงนี้ เป็นเงื่อนไข ควรทำให้เสร็จก่อน สัก 5 นาที จะเจ๋ง สุดๆ เมื่อ แจ้งว่าหมดเวลาแล้วให้คว่ำกระดาษคำถาม พร้อมกำนำใบสมัครวางทับ พร้อม บัตรประจำตัว ทับอีกชั้นหนึ่ง จะมีเจ้าหน้าที่ มาเก็บกระดาษคำถามและคำตอบ ก็รอจนถึงแวลา ก็ออกห้องสอบได้ สำหรับ การรับ ผล จะแจ้งให้รับได้ในวันทำการ ถัดไป ถ้าเราต้องการส่งผลไปทางไปรษณีย์ ให้ ไปเขียนซองจดหมายที่ ประชาสัมพันธ์ พร้อมกับจ่ายเงิน 50 บาท เค้าจะส่งไปรษณีย์ ให้ ซึ่ง จะยึดการส่งตามวันที่ไปรษณียืเปิด ถ้าเป็นวันหยุดยาว ก็มารับเองจะดีกว่า ถ้าไม่สะดวก มากรับ เอง ก็ให้คนอื่นมารับ ส่งมอไซด์รับจ้างหน้าปากซอย 20 บาท(แล้วแต่ที่) มารับก็ได้ ง่าย ๆเพียง ให้เค้านำ ใบสมัครของเรา พร้อมบัตรประจำตัว มารับ ก็จะสามารถรับได้แล้ว บัตรประจำตัว สามารถนำ บัตรประชาชน หรือใบขับขี่ชนิดใหม่ หรือ passport อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ การสอบโทอิคนั้น แท้จริงนั้นแสนง่าย ขอให้เข้าใจหลักการ แล้วเตรียมตัวให้พร้อมไปติวกับสถาบันที่เค้าเก่ง ๆ ก็จะสามารถได้คะแนน ดั่งใจหมาย ลองสอบสัก 3 ครั้งก็ ได้ ครั้งแรกเป็นการทดลอง ครั้ง ที่ 2 เป็นกึ่งยิงกึ่งผ่าน แล้วครั้ง ที่ 3 นั่นแหละ ตรงเป้า แต่ถ้าจะสอบให้ได้ครั้งเดียวตรงเป้า ให้มาเรียนก่อน จะไม่เสียเวลาแล้วก็เสียตังค์ ที่สำคัญ ก็คือ ไม่อารมณ์ เสีย เมือเปิดเห็นคะแนน !!
 
วัน – เวลา toeic 
60 ชั่วโมง สอนสด โดยอาจารย์ ดร. และ อาจารย์ ชาวต่างชาติ
 
  • หลักสูตร  ปกติ วันอาทิตย์ (2 เดือน)
  • Sun 13.00 น. – 16.00 น. Part A : toeic Reading Test
  • Sun 13.00 น. – 16.00 น. Part A : toeic Reading Test
  • หลักสูตร Toeic Fastest  จันทร์ – ศุกร์  (3 อาทิตย์)
  • สำหรับ หลักสูตร Toeic Fastest 3 อาทิตย์ จันทร์-ศุกร์ 18.00-21.00
แบ่งการเรียนโอทิคเป็นแต่ละ Part ออกเป็น 8 สัปดาห์ ลักษณะการเรียนเป็น Circle Class หรือ คอร์สวน ซึ่งสามารถเริ่มเรียนได้เลย เพราะเนื้อหาtoeic จะจบในแต่ละครั้งที่เรียน โดยไม่ต้องเรียนต่อเนื่องจากครั้งที่แล้ว และไม่เรียงลำดับความยากง่ายของเนื้อหา อีกทั้งเพิ่มความสะดวกให้กับผู้เรียนเมื่อไม่มาเรียนในบางครั้ง สามารถกลับมาเรียนได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลาในการรอเริ่มคอร์สใหม่ หรือต้องข้ามเนื้อหาบางส่วนไป เพราะจะสามารถมาเรียนชดเชยเมื่อเนื้อหาส่วนที่ขาดนั้นวนกลับมาใหม่ได้ ซึ่งจะได้เนื้อหาอย่างครบถ้วน
ระยะเวลา โทอิค      60     ชั่วโมง
                    พิเศษ เพิ่มการสอบ toeic เสมือนจริง 2 ครั้ง ฟรี พร้อมวิเคราะห์การทำข้อสอบ                   พิเศษ ทดลองเรียน toeic ฟรี 3 ชั่วโมง เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนลงทะเบียน
           พิเศษ  ** ชิง เงินรางวัล 10,000 บาท สำหรับ ผู้ได้ คะแนน 750 ขึ้นไป
หมายเหตุ คลาสโทอิค จะมีการเรียนแบบ โทอิคเร่งรัด(Fast toeic) สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-953-0800
เราเน้น โทอิค แบบไม่มีใครเหมือน ด้วย ทีมงาน จุฬา อาจารย์สอนระดับ Dr. ตลุยข้อสอบเสมือนจริง ด้วยข้อสอบ toeic ย้อนหลัง 30 ตัวอย่าง เจาะแนว เน้นวิธีการมอง วางรากฐานแกรมม่าและรากฐานศัพท์ ทำให้คุณได้คะแนนโทอิค อย่างง่ายๆ แล้วคุณจะมองว่า toeic ง่ายนิดเดียว ด้วยหลักสูตรเมทิส เบรน คัสซิฟาย
Facebook Comments
Leave a Reply

Address

Head Office (Thailand)

67 Tops Market ชั้น 3 ถ.งามวงศ์วาน
แขวงลาดยาว เขตจตุจักร 10900
Hotline: 085-563-2448
Phone: 02-941-2240
Fax: 02-941-3900
Website: http://metisedu.com
Email: metiscenter@gmail.com
Line: @metisedu
  facebook-icon  rss-icon  email-icon  linkedin-icon   twitter-icon

Address

USA

56 Saint Andrew Road,
Boston,  Massachusetts,
USA.  02128
Phone: +1 (617) 678 336
Line: @metisedu

วิธีชำระเงิน

โอนเท่านั้น หรือ บัตรเครดิต

การชำระเงิน จะชำระโดยการโอน หรือ บัตรเครดิต เท่านั้น
ทางสถาบันไม่มีนโยบาย รับเเงินสด
 โอนเงินมาได้ที่ 
 TUTOR STREET GROUP
ธนาคารกสิกรไทย สาขาสยามพารากอน
เลขที่บัญชี 738-281-3299

Reference

ได้รับความไว้วางใจจาก

จากระยะเวลา กว่า 12 ปี เมทิส ได้รับความไว้วางใจ จากบริษัทชั้นนำ ในการอบรมให้กับพนักงาน ทั้งในและนอกสถานที่ ดังตัวอย่างดังนี้
  cpf      incree

ptt        thaiairway     
scg